ได้รับ tag คู่มือทำความเข้าใจ… มาจากเพื่อนหนุ่ม seamsee จริงๆก็กำลังคิดทบทวนตัวเองอยู่เหมือนกัน เนื่องจากตอนนี้ เริ่มคิดมาก คิดไปหมด เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของตัวเอง การงาน ทำอะไรถึงจะดี ทำอะไรตัวเองถึงจะพอใจ หรือจริงๆแล้วตัวเองเป็นคนไม่มีอะไรเลย จับจด เอาดีทางไหนก็ไม่ได้ แล้วเร็วๆนี้ แม่ก็พูดอีกว่า เราเป็นคนอารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอย ทำไมเราต้องไปอารมณ์เสียใส่แม่ ด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ หรือไม่ก็เอาความหงุดหงิดของตัวเองที่เกิดจากคนอื่น ไปลงกับแม่
ปกติเป็นคนเขียนไดอารี่ เขียนทุกอย่างที่เป็นเรื่องดี เรื่องไม่ดี ทั้งเกิดกับเรา และเรากระทำต่อคนอื่นอยู่แล้ว และเพราะคำพูดแม่ ทำให้เราหยุดคิดอีกครั้ง เช้าวันที่โดนแม่ด่า นั่งคิดทั้งวัน ว่าแต่ก่อน เราเป็นคนยังไง นิสัยยังไง มันมีอะไรที่แย่ๆ กระทำ ต่อคนอื่น และเราไม่รู้สึกว่ามันผิด มันไม่ดี มีอะไรบ้าง
เมื่อได้ tag จากเซียม จังหวะดี
เริ่มเลยละกัน คู่มือทำความเข้าใจ Nida MAilO
หมวดส่วนตัว
1. ชื่อวนิดา แก่นจันทร์ ชื่อเล่น นุ่น เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ที่คนมักไม่เชื่อว่ามึงจีนกับเขาด้วยหรอ หน้าไทยขนาดนั้น
2.คำทักทายเวลาเจอเพื่อน จะทักว่า "(ชื่อเพื่อน)ดีจ้า" และคำพูดติดปากของเราก็คือ คำอะไรก็ได้ แล้วลงท้ายด้วย "จ้า"
1. ชื่อวนิดา แก่นจันทร์ ชื่อเล่น นุ่น เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ที่คนมักไม่เชื่อว่ามึงจีนกับเขาด้วยหรอ หน้าไทยขนาดนั้น
2.คำทักทายเวลาเจอเพื่อน จะทักว่า "(ชื่อเพื่อน)ดีจ้า" และคำพูดติดปากของเราก็คือ คำอะไรก็ได้ แล้วลงท้ายด้วย "จ้า"
หมวดการเรียน
3. เรียนจบจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน สาขาวิทยุและโทรทัศน์ (เอ็นสะทรานซ์ได้มา 555)
4. ในระหว่างเรียนปี 1 ยังสับสน ว่ากูจะเรียนอันนี้ไปเพื่ออะไร อุตส่าห์หนีฟิสิกส์ เคมี ชีวะ วิชาคำนวณ เข้าไปปี 1 เจอเลย ติดเอฟด้วย บากะมั่กๆ แล้วเพื่อนสนิทก็ชวนไปงาน RVS Fun Fair จัดที่สวนลุม ก็ไปกับมัน เออเว้ย ประทับใจงานนี้มั่ก การทำงานกับพวกดารา อยู่เบื้องหลัง มันคงเป็นความสุขของเรานะ หลังจากกลับจากงานนี้ ก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนๆเล่นๆอย่างจริงจัง
3. เรียนจบจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน สาขาวิทยุและโทรทัศน์ (เอ็นสะทรานซ์ได้มา 555)
4. ในระหว่างเรียนปี 1 ยังสับสน ว่ากูจะเรียนอันนี้ไปเพื่ออะไร อุตส่าห์หนีฟิสิกส์ เคมี ชีวะ วิชาคำนวณ เข้าไปปี 1 เจอเลย ติดเอฟด้วย บากะมั่กๆ แล้วเพื่อนสนิทก็ชวนไปงาน RVS Fun Fair จัดที่สวนลุม ก็ไปกับมัน เออเว้ย ประทับใจงานนี้มั่ก การทำงานกับพวกดารา อยู่เบื้องหลัง มันคงเป็นความสุขของเรานะ หลังจากกลับจากงานนี้ ก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนๆเล่นๆอย่างจริงจัง
หมวดงานอดิเรก ของสะสม
5. เราชอบอ่านการ์ตูนมาก มาก ถึงมากที่สุด ตอนปี 1 ใต้หอมีร้านการ์ตูนเช่า เสร็จโจร เช่าการ์ตูนบ่อยจนสนิทกับคนเฝ้าร้านที่เป็นหลานเจ้าของ ตอนหลังมันก็เลยฝากให้เราไปเฝ้าร้านแทน ได้เงินค่าขนม แถมอ่านการ์ตูนฟรี
6. ชอบอยู่ห้องมากกว่าเดินห้าง หรือถ้าต้องออกไปไหน ก็จะไปร้านหนังสือ กับร้านเช่าการ์ตูน
7. เนื่องจากชอบอ่านหนังสือ และการ์ตูน จึงสะสมหนังสือ กับการ์ตูนไปโดยปริยาย หนังสือที่ซื้อมา พยายามอ่านให้จบทุกเล่ม ส่วนการ์ตูนอ่านจบเรื่องละหลายตลบ
8. ของสะสมอื่นๆ ก็มีโปสการ์ด, สมุดบันทึก, แสตมป์
9. ชอบดูหนัง สยอง เลือดสาด เลือดตกยางออกมากๆ 555 หนังแนว horror นั่นแหละมากๆ เพราะตอนเด็กๆ พ่อไม่ชอบดูหนังไทย หนังฝรั่งรักหวานซึ้ง แต่พ่อชอบดูหนังผี สยองเกรดบี หนัง เฉินหลง หนังเจ็ทลี หนังแอ็คชั่น อะไรเทือกนี้ ทำให้ตอนเด็กเราติดนิสัย ไม่ชอบดูหนังไทย หนังฝรั่งรักหวานซึ้ง หรือฝรั่งเพื่อชีวิต คัมมิ่ง ออฟ เอจ เท่าไหร่นัก มาตอนเรียน ดูหนังหลากแนวมากขึ้น แต่ก็ยังน้อยอยู่ดี พอมาทำงาน นี่ดูหนังเยอะกว่าเดิมละ หนังไทยนี่ดูเยอะขึ้นละ
5. เราชอบอ่านการ์ตูนมาก มาก ถึงมากที่สุด ตอนปี 1 ใต้หอมีร้านการ์ตูนเช่า เสร็จโจร เช่าการ์ตูนบ่อยจนสนิทกับคนเฝ้าร้านที่เป็นหลานเจ้าของ ตอนหลังมันก็เลยฝากให้เราไปเฝ้าร้านแทน ได้เงินค่าขนม แถมอ่านการ์ตูนฟรี
6. ชอบอยู่ห้องมากกว่าเดินห้าง หรือถ้าต้องออกไปไหน ก็จะไปร้านหนังสือ กับร้านเช่าการ์ตูน
7. เนื่องจากชอบอ่านหนังสือ และการ์ตูน จึงสะสมหนังสือ กับการ์ตูนไปโดยปริยาย หนังสือที่ซื้อมา พยายามอ่านให้จบทุกเล่ม ส่วนการ์ตูนอ่านจบเรื่องละหลายตลบ
8. ของสะสมอื่นๆ ก็มีโปสการ์ด, สมุดบันทึก, แสตมป์
9. ชอบดูหนัง สยอง เลือดสาด เลือดตกยางออกมากๆ 555 หนังแนว horror นั่นแหละมากๆ เพราะตอนเด็กๆ พ่อไม่ชอบดูหนังไทย หนังฝรั่งรักหวานซึ้ง แต่พ่อชอบดูหนังผี สยองเกรดบี หนัง เฉินหลง หนังเจ็ทลี หนังแอ็คชั่น อะไรเทือกนี้ ทำให้ตอนเด็กเราติดนิสัย ไม่ชอบดูหนังไทย หนังฝรั่งรักหวานซึ้ง หรือฝรั่งเพื่อชีวิต คัมมิ่ง ออฟ เอจ เท่าไหร่นัก มาตอนเรียน ดูหนังหลากแนวมากขึ้น แต่ก็ยังน้อยอยู่ดี พอมาทำงาน นี่ดูหนังเยอะกว่าเดิมละ หนังไทยนี่ดูเยอะขึ้นละ
หมวดการงาน
10. เรียนจบปริญญาในพ.ศ. 2549 งานแรกที่ได้ทำในชีวิต คือบริษัท SPC Book ตำแหน่งนักเขียน ในระหว่างทำ เขียนหนังสือ ไปแล้ว 2 เล่ม เกี่ยวกับ อินเตอร์เน็ต และโปรแกรม Chat (ที่ตอนนี้ก็ลืมวิธีใช้โปรแกรมแชทไปหมดแล้ว) ทำอยู่ 4 เดือน ไม่ผ่านโปร เพราะตัวเองทำตัวเอง เนื่องจากเพิ่งจบ ยังติดเล่นอยู่มาก ทำงานช้า
11. งานที่สอง ทำบริษัทไอซ่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์ สมัครเข้าไปในตำแหน่ง เขียนบท แต่เขาให้ไปทำตัดต่อ ซะงั้น ทำประจำอยู่ประมาณ 4-5 เดือน หลังจากนั้น บริษัทปลดพนักงานออกเพราะไม่มีเงินจ่าย เราก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย แต่พี่ที่คิดรายการ ดึงตัวเราไปทำตัดต่อฟรีแลนซ์ รายการท่องเที่ยว ตอนทำฟรีแลนซ์นี่ เขาให้เราไปเป็นหน้าม้า พิธีกรรับเชิญด้วย 5 เทปแน่ะ เพราะเราส่วนหนึ่งที่ทำงานช้า อีกแล้ว สุดท้ายรายการก็ไม่ได้ทำต่อ หรือทำต่อ แต่เราไม่ได้เป็นคนตัดต่อแล้วละ เพื่อนบอกเห็นมึงในโทรทัศน์ด้วย รายการอะไรสักอย่าง ฮา (ตอนนี้ไอซ่ายังเปิดทำการอยู่)
12. งานที่สาม ที่ยังทำมาจนทุกวันนี้ คือ นิตยสาร Starpics เข้ามา พี่เขาบอกสโคปงานแล้ว แต่สุดท้าย ของสตาร์พิคส์ในส่วนที่ต้องอีดิทบทความง่ายๆ ก็ไม่ได้ทำ (ไม่มีความสามารถ) พอดีกับที่มีนิตยสาร Let’s เราได้รับผิดชอบคอลัมน์ Let’s Talk สัมภาษณ์ๆ กับหน้าที่ดูแลจิปะถะ เอ่อ อันนี้คงแนวๆเลขาบก.ซันมั้ง 5555
13. ตอนนี้เหนื่อยงาน แต่ทำที่นี่มันก็สบายใจดีอยู่นะ แต่เราก็อยากออกไปทำงานอื่น หาประสบการณ์บ้าง
10. เรียนจบปริญญาในพ.ศ. 2549 งานแรกที่ได้ทำในชีวิต คือบริษัท SPC Book ตำแหน่งนักเขียน ในระหว่างทำ เขียนหนังสือ ไปแล้ว 2 เล่ม เกี่ยวกับ อินเตอร์เน็ต และโปรแกรม Chat (ที่ตอนนี้ก็ลืมวิธีใช้โปรแกรมแชทไปหมดแล้ว) ทำอยู่ 4 เดือน ไม่ผ่านโปร เพราะตัวเองทำตัวเอง เนื่องจากเพิ่งจบ ยังติดเล่นอยู่มาก ทำงานช้า
11. งานที่สอง ทำบริษัทไอซ่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์ สมัครเข้าไปในตำแหน่ง เขียนบท แต่เขาให้ไปทำตัดต่อ ซะงั้น ทำประจำอยู่ประมาณ 4-5 เดือน หลังจากนั้น บริษัทปลดพนักงานออกเพราะไม่มีเงินจ่าย เราก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย แต่พี่ที่คิดรายการ ดึงตัวเราไปทำตัดต่อฟรีแลนซ์ รายการท่องเที่ยว ตอนทำฟรีแลนซ์นี่ เขาให้เราไปเป็นหน้าม้า พิธีกรรับเชิญด้วย 5 เทปแน่ะ เพราะเราส่วนหนึ่งที่ทำงานช้า อีกแล้ว สุดท้ายรายการก็ไม่ได้ทำต่อ หรือทำต่อ แต่เราไม่ได้เป็นคนตัดต่อแล้วละ เพื่อนบอกเห็นมึงในโทรทัศน์ด้วย รายการอะไรสักอย่าง ฮา (ตอนนี้ไอซ่ายังเปิดทำการอยู่)
12. งานที่สาม ที่ยังทำมาจนทุกวันนี้ คือ นิตยสาร Starpics เข้ามา พี่เขาบอกสโคปงานแล้ว แต่สุดท้าย ของสตาร์พิคส์ในส่วนที่ต้องอีดิทบทความง่ายๆ ก็ไม่ได้ทำ (ไม่มีความสามารถ) พอดีกับที่มีนิตยสาร Let’s เราได้รับผิดชอบคอลัมน์ Let’s Talk สัมภาษณ์ๆ กับหน้าที่ดูแลจิปะถะ เอ่อ อันนี้คงแนวๆเลขาบก.ซันมั้ง 5555
13. ตอนนี้เหนื่อยงาน แต่ทำที่นี่มันก็สบายใจดีอยู่นะ แต่เราก็อยากออกไปทำงานอื่น หาประสบการณ์บ้าง
หมวดสัตว์เลี้ยง
14. เราชอบแมวมาก จนทำให้คนอื่น คิดว่าเราเกลียดหมา เปล่าเลย หมา แมว ชอบ รัก เหมือนกันหมด เราเกิดมา จำความได้ ก็มีหมา กับ แมว ให้เล่นอยู่ที่บ้านแล้วอ่ะ
15. มาม่า, ไวไว ชื่อหมาที่บ้าน ที่เราเห็นตั้งแต่เราเกิด โดนอีมาม่ากัดด้วย เพราะเราไปเล่นกับอา มันหวงอาเราน่ะ
16. จำชื่อแมวที่เราเห็นตั้งแต่เกิดไม่ได้แล้ว จำได้แต่ว่า แมวตัวนี้ นวดหลังให้ย่าได้ด้วย และมันชอบกินน้ำกล้วยบวชชีคลุกข้าว
17. มีหมา แมว อยู่ในครอบครอง ครั้งแรก น่าจะตอนอยู่อนุบาล เป็นหมาพันธุ์อะไรไม่รู้ ตัวผู้ เราเรียก พี่หมี พร้อมแมวอีก 4 ตัว ตายไปจนเหลือ 1 ตัว เป็นตัวเมีย เรียกว่า เหมียว (ตั้งชื่อโคตรง่าย)
18. ในระหว่างนี้ พ่อได้หมาอัลเซเชี่ยนผสมพันธ์ทาง ชื่อ โจดี้ มาเฝ้าบ่อปลา กับไปเก็บหมาจรจัด พันธุ์ไทยหลังอาน สีดำ ขนสำลี ตัวเมีย เราเรียกสำลี มาอยู่ที่บ้านด้วย
19. พี่หมีป่วยตาย หมอรักษาไม่เก่ง วินิจฉัยโรคไม่ขาด สุดท้ายเอายามาฉีดรักษา แต่หมากูตายซะงั้น ส่วนเหมียวอยู่กับเราจนถึงม. 2 ก็โดนงูหลามคาบไปแดก จำได้จนทุกวันนี้ เพราะคืนที่มันโดนกิน เราเปิดห้องให้มันออกไปเอง T__T พ่อบอกว่า เห็นเอ็งเปิดให้มันออกมา แล้วก็ไม่กลับมาเลย T__T
20. โจดี้ ป่วยตายอีกตัว หมอไม่เก่งได้อีก รักษาหมาตายไปสองตัว แม่เล่าให้ฟังว่า โจดี้ เดินไปตรงบ่อหน้าบ้าน ร้องงี้ดๆ พอเห็นแม่กับพ่อเดินไปดูมัน ก็มองหน้า แล้วกระโดดลงน้ำไปเลย โอ๊ว มาย ก็อดดดด หมาฆ่าตัวตาย พ่อตกใจ ลงไปลากมันขึ้นมา แต่ก็ตาย ฝังมันไว้ใกล้ๆ พี่หมี โคนต้นอะไรไม่รู้
21. หลังจากโจดี้ตาย สำลี เหมือนหลุดจากพันธนาการ (โจดี้อยู่ สำลี้ไม่มีสามีค่ะ เพราะโจดี้กัดหมานอกบ้านแหลกลาญ) สำลีมีลูกหลังจากโจดี้ตายไม่นาน ครอกแรก เจ๊แกซัดลูกไป 9 ตัว แม่เก็บไว้ 2 ตัว ตาย 1 ตัว (พ่อขับรถ แล้วมองไม่เห็นมัน ทับกลางตัวตายเลย T___T) ที่เหลือปล่อยวัด T__T ส่วนสำลี ให้เพื่อนพ่อ เอาไปเลี้ยง
22. ลูกลำลี ที่แม่เก็บไว้ ตัวนึงชื่อ ดุ๊กดิ๊ก กับ ทัดเทา ทัดเทาน่าร๊ากกก แสนรู้กับเราคนเดียว แต่ป่วยตายอีกแล้วคับท่าน T___T ส่วนดุ๊กดิ๊กยังอยู่ดี
22. ระหว่างที่ทัดเทา ดุ๊กดิ๊กยังเด็ก พ่อเห็นแมวหลงจากมาไหนไม่รู้ ก็เลี้ยงเอาไว้ และมันก็ออกลูก ครอกแรก มี 4 ตัว คือ ไมโล, โอเลี้ยง, เหลือง และ ลาย 3 ตัวหลัง หายออกจากบ้าน เหลือไมโลตัวเดียว ครอกสอง คลอดมากี่ตัวไม่รู้ แต่ตาย และไม่นาน แม่แมวก็ตาย
23. ตอนนี้ที่บ้านมีหมา 2 คือดุ๊กดิ๊ก กับ แจ็ค แจ็คเป็นหมาของย่า ย่าเสียแล้ว จึงมาอยู่บ้านเรา จริงๆ มันก็เดินไปเดินมา ระหว่างบ้านย่า กับบ้านเราอะนะ กับแมว 1 คือ ไมโล ที่ตอนนี้ครอบครองบ้าน และใจพ่อแม่เรา ไปแล้ว
14. เราชอบแมวมาก จนทำให้คนอื่น คิดว่าเราเกลียดหมา เปล่าเลย หมา แมว ชอบ รัก เหมือนกันหมด เราเกิดมา จำความได้ ก็มีหมา กับ แมว ให้เล่นอยู่ที่บ้านแล้วอ่ะ
15. มาม่า, ไวไว ชื่อหมาที่บ้าน ที่เราเห็นตั้งแต่เราเกิด โดนอีมาม่ากัดด้วย เพราะเราไปเล่นกับอา มันหวงอาเราน่ะ
16. จำชื่อแมวที่เราเห็นตั้งแต่เกิดไม่ได้แล้ว จำได้แต่ว่า แมวตัวนี้ นวดหลังให้ย่าได้ด้วย และมันชอบกินน้ำกล้วยบวชชีคลุกข้าว
17. มีหมา แมว อยู่ในครอบครอง ครั้งแรก น่าจะตอนอยู่อนุบาล เป็นหมาพันธุ์อะไรไม่รู้ ตัวผู้ เราเรียก พี่หมี พร้อมแมวอีก 4 ตัว ตายไปจนเหลือ 1 ตัว เป็นตัวเมีย เรียกว่า เหมียว (ตั้งชื่อโคตรง่าย)
18. ในระหว่างนี้ พ่อได้หมาอัลเซเชี่ยนผสมพันธ์ทาง ชื่อ โจดี้ มาเฝ้าบ่อปลา กับไปเก็บหมาจรจัด พันธุ์ไทยหลังอาน สีดำ ขนสำลี ตัวเมีย เราเรียกสำลี มาอยู่ที่บ้านด้วย
19. พี่หมีป่วยตาย หมอรักษาไม่เก่ง วินิจฉัยโรคไม่ขาด สุดท้ายเอายามาฉีดรักษา แต่หมากูตายซะงั้น ส่วนเหมียวอยู่กับเราจนถึงม. 2 ก็โดนงูหลามคาบไปแดก จำได้จนทุกวันนี้ เพราะคืนที่มันโดนกิน เราเปิดห้องให้มันออกไปเอง T__T พ่อบอกว่า เห็นเอ็งเปิดให้มันออกมา แล้วก็ไม่กลับมาเลย T__T
20. โจดี้ ป่วยตายอีกตัว หมอไม่เก่งได้อีก รักษาหมาตายไปสองตัว แม่เล่าให้ฟังว่า โจดี้ เดินไปตรงบ่อหน้าบ้าน ร้องงี้ดๆ พอเห็นแม่กับพ่อเดินไปดูมัน ก็มองหน้า แล้วกระโดดลงน้ำไปเลย โอ๊ว มาย ก็อดดดด หมาฆ่าตัวตาย พ่อตกใจ ลงไปลากมันขึ้นมา แต่ก็ตาย ฝังมันไว้ใกล้ๆ พี่หมี โคนต้นอะไรไม่รู้
21. หลังจากโจดี้ตาย สำลี เหมือนหลุดจากพันธนาการ (โจดี้อยู่ สำลี้ไม่มีสามีค่ะ เพราะโจดี้กัดหมานอกบ้านแหลกลาญ) สำลีมีลูกหลังจากโจดี้ตายไม่นาน ครอกแรก เจ๊แกซัดลูกไป 9 ตัว แม่เก็บไว้ 2 ตัว ตาย 1 ตัว (พ่อขับรถ แล้วมองไม่เห็นมัน ทับกลางตัวตายเลย T___T) ที่เหลือปล่อยวัด T__T ส่วนสำลี ให้เพื่อนพ่อ เอาไปเลี้ยง
22. ลูกลำลี ที่แม่เก็บไว้ ตัวนึงชื่อ ดุ๊กดิ๊ก กับ ทัดเทา ทัดเทาน่าร๊ากกก แสนรู้กับเราคนเดียว แต่ป่วยตายอีกแล้วคับท่าน T___T ส่วนดุ๊กดิ๊กยังอยู่ดี
22. ระหว่างที่ทัดเทา ดุ๊กดิ๊กยังเด็ก พ่อเห็นแมวหลงจากมาไหนไม่รู้ ก็เลี้ยงเอาไว้ และมันก็ออกลูก ครอกแรก มี 4 ตัว คือ ไมโล, โอเลี้ยง, เหลือง และ ลาย 3 ตัวหลัง หายออกจากบ้าน เหลือไมโลตัวเดียว ครอกสอง คลอดมากี่ตัวไม่รู้ แต่ตาย และไม่นาน แม่แมวก็ตาย
23. ตอนนี้ที่บ้านมีหมา 2 คือดุ๊กดิ๊ก กับ แจ็ค แจ็คเป็นหมาของย่า ย่าเสียแล้ว จึงมาอยู่บ้านเรา จริงๆ มันก็เดินไปเดินมา ระหว่างบ้านย่า กับบ้านเราอะนะ กับแมว 1 คือ ไมโล ที่ตอนนี้ครอบครองบ้าน และใจพ่อแม่เรา ไปแล้ว
หมวดกิน
24. ไม่ใช่คนที่มีความสุขกับการได้กิน หรือเสาะแสวงหาของแปลกๆ
25. ชอบกินก๋วยเตี๋ยว หรืออาหารที่เป็นเส้น เช่น สปาเก็ตตี้ มักกะโรนี
26. เป็นคนติดการกินอะไรซ้ำๆ เช่น วันนี้กินก๋วยเตี๋ยว วันต่อไป ก็กินอีก และจะกินซ้ำกันไปแบบนี้ นานจนกว่าจะมีอะไรมากระทบความอยาก เราก็จะไปกินสิ่งนั้นแทน (แล้วก็กินซ้ำๆอีกนั่นแหละ)
27. ชอบกินไอติม ตอนมัธยม กินไอติมได้วันละ 3 อันขึ้นไป ทุกวัน
28. ชอบกินหมูสับทอด, ต้มกระหล่ำปลียัดไส้หมู, ต้มมักกะโรนี (เอาไว้กินตอนป่วย) ทุกอย่างนี้ ต้องแม่ทำเท่านั้น 555
29. ชอบกินช็อคโกแลต อะไรก็ได้ ไม่เน้นยี่ห้อ ขอให้เป็นช็อคโกแลตก็พอ
30. ไม่ค่อยได้เดินห้าง ทำให้ไม่สันทัด การกินอาหารตามร้านในห้าง ตั้งแต่ทำสตาร์พิคส์ ก็กินเชสเตอร์กริลล์ ฮะจิบังหลายครั้ง ส่วนฟูจิ โออิชิราเมง กินครั้งเดียว อย่างอื่น ยังไม่เคยกินเลย เหอๆๆๆ บ้านนอกจัด
24. ไม่ใช่คนที่มีความสุขกับการได้กิน หรือเสาะแสวงหาของแปลกๆ
25. ชอบกินก๋วยเตี๋ยว หรืออาหารที่เป็นเส้น เช่น สปาเก็ตตี้ มักกะโรนี
26. เป็นคนติดการกินอะไรซ้ำๆ เช่น วันนี้กินก๋วยเตี๋ยว วันต่อไป ก็กินอีก และจะกินซ้ำกันไปแบบนี้ นานจนกว่าจะมีอะไรมากระทบความอยาก เราก็จะไปกินสิ่งนั้นแทน (แล้วก็กินซ้ำๆอีกนั่นแหละ)
27. ชอบกินไอติม ตอนมัธยม กินไอติมได้วันละ 3 อันขึ้นไป ทุกวัน
28. ชอบกินหมูสับทอด, ต้มกระหล่ำปลียัดไส้หมู, ต้มมักกะโรนี (เอาไว้กินตอนป่วย) ทุกอย่างนี้ ต้องแม่ทำเท่านั้น 555
29. ชอบกินช็อคโกแลต อะไรก็ได้ ไม่เน้นยี่ห้อ ขอให้เป็นช็อคโกแลตก็พอ
30. ไม่ค่อยได้เดินห้าง ทำให้ไม่สันทัด การกินอาหารตามร้านในห้าง ตั้งแต่ทำสตาร์พิคส์ ก็กินเชสเตอร์กริลล์ ฮะจิบังหลายครั้ง ส่วนฟูจิ โออิชิราเมง กินครั้งเดียว อย่างอื่น ยังไม่เคยกินเลย เหอๆๆๆ บ้านนอกจัด
คู่มือ เขียนได้เท่านี้ ยังมีอีกบางแง่มุม ที่อยากเขียนคู่มือ ให้เข้าใจเรามากขึ้นกว่าที่เป็นนิดหน่อย แต่เอาไว้โอกาสหน้านะคะ
วนิดา แก่นจันทร์
พ.ค. 06, 2009 @ 04:14:45
โอ้โฮ…..ความจำดีแต่จำได้ไม่หมดแฮะ
พ.ค. 12, 2009 @ 06:38:45
เยี่ยม